วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Travel of Penang 57

              สวัสดีครับ บล็อกนี้ทำขึ้นมาเพื่อบรรยายการท่องเที่ยว ปีนัง มาเลเซีย ที่ผ่านมา เป็นวิชาสัมณา 2 ก่อน อื่นผม ชื่อ ฟาสนะครับ นายรชานนท์ ย่าหลี ก่อนจะไปเที่ยวในครั้งนี้ เราได้เตรียมการกันไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีความตื่นเต้นกันอยู่ เพราะเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรก (พูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง) การเดินทางครั้งนี้จะเป็นยังไงเราไปดูกันเลย

             ในวันที่ 13 ส.ค 2557 พวกเราได้นัดรวม ตัวกันที่หน้าสถานนีรถไฟสุราษฎร์ธานี เวลาประมาณ 23.30 เพื่อรอรถไฟ กรุงเทพ - บัสเตอร์เวด ที่จะมาถึงตอนเวลาประมาณ 1.24 ของวันที่ 14 ส.ค 2557


             การเดินทางด้วยรถไฟไม่ใช่การเดินทางครั้งแรกของผมแต่ก็ตื่นเต้น เพราะมีอาจารย์และเพื่อนๆไปกันด้วย ตู้โดยสารเป็นชั้นนอนซึ่งผมได้อยู่ชั้นบน คือนั้นก็ไม่มีอะไรมากทุกคนต่างก็ผักผ่อนกัน
       
             เช้าวันที่ 14 ส.ค เวลาประมาน 8 โมงนิดๆ เราก็ได้มาถึง ด่านตรวจคนเข้าเมื่องพวกเราก็ตื่นเต้นเพราะไม่เคยออกนอกประเทศ เตรียมกระเป๋า พาสสปอร์ต ลงจากรถไฟไปรอคิวตรวจทีละคน ตอนนั้นรู้สึกกลัวตอบไม่ได้ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะ ต.ม พูดไทยได้ สบายเลย หลังจากนั้นก้ขึ้นรถไฟมาท่านอาหารที่เตรียมมาจากบ้าน ก็อิ่มกันทั่วหน้า


          เวลาประมาน 12.30 ก็ถึง สถานนีบัสเตอร์เวล ก็เห็นความแตกต่างกันได้ชัดเจน สถานนีรถไฟของเค้าดูมีความปลอดภัยละทันสมัยกว่าของไทยแน่นอน จากนั้นพวกเราก็ไปแลกตังไทยให้เป้นตังมาเลเชีย ตังมาเลเซีน เป็นสกุล ริงกิตนะครับ 1 ริงกิตก็ประมาน 10 บาทไทย



       จากนั้นพวกเราก็เดินขึ้นสะพานเพื่อที่จะขึ้นเรือไปยัง เกาะปีนัง ค่าเรื่อ 1.2 ริงกิต ในเรือก็มีคนไม่เยอะเท่าไหร่ บรรยากาศสบายๆ เหมือนขึ้นเรือไปเกาะสมุยบ้านเรายังไงยังงั้นเลย นั้งเรือประมาณ 20 นาทีก็ถึงฝั่ง ก็ต่อรถเมย์มาลงที่ Komtar ซึ่งเป็นศูนย์กลางของรถโดยสาร ข้างๆนั้นก็จะเป็นห้างสรรพสินค้า ปีนังมอลล์ พวกเราก็รีบไปซ์้อ ซิมโทรศัพท์ใส่กันทันที จากนั้นพวกเราก็ได้เดินเท้า(ยังไปไหนไม่ถูกเลยต้องเดินเอา)ไปยังโรงแรมเพื่อ เช็คอิน แล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ประมาณ 6 โมงเย็น พวกเราก็ไปหาอะไรทานกัน ซึ้งแถวนั้นจะเป็นอาหารแนวจีน ซะส่วนใหญ่ อาหารราคาประมาณ 5-6 ริงกิต แต่น้ำจะแพงหน่อย ผมจัดน้ำส้มไป แก้วละ 4 ริงกิต (40 บาท ) แพงมาก เหอะๆ





       กลับมาจากทานอาหาร ห้องผม( 2คน )ก็ได้นอนพักผ่อนส่วนคนอื่นเค้าก็ไปหาอะไรกินกัน ตอนนั้นประมาน 2 ทุ่ม หลังจากที่เพื่อนๆกลับมาก็ได้มีการสังสรรกันนิดหน่อย ก็ได้แยกย้ายกลับห้องแต่ผมก็เกิดรู้สึกหิวขึ้นมา ตอนนั้นประมาณ ตี 1 กว่าๆ ผมก็ได้ทักไลน์ไปว่าหิว ทีนี้คนอื่นก็หิวกันใหญ่นัดกันลงมาหาไรกินประมาน 5-6 คน พอดีไปเจอร้านข้าวแกง ก็โดนใจสิครับ จัดกันเลย ร้านนี้อาหารตักเอง บ้างคนก็จัดหนักตักสะเยอะ แต่ผมก็ไม่อยากกินเพราะมันดึกมากแล้ว พอทานกันเสร็จคิดราคา ประมาณจานละ 5-7 ริงกิต แต่มีเพื่อนคนนึงตักเยอะมาเป้นพิเศษ โดนไป 17 ริงกิต ( 170 บาท ) แม่จ้าวข้าวแกงจานละ 170 ทำกันเอาอึ้งกันทั้งกลุ่ม
   


       เช้าวันที่ 15 ส.ค หลังทำธุระส่วนตัวกันเสร็จก็ได้ลงมารับประธานอาหารเช้าที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ จากนั้นพวกเราก็ได้วางแผนการเดินทางในที่วันนี้โดยไปรวมกันที่ Komtar จากนั้นก็เดินทางไปยัง ปีนังฮิล แต่สภาพอากาศไม่เป็นใจจึงทำให้พวกเราส่วนใหญ่ตัดสินใจไม่ขึ้นไปยังบนยอดเขา จากนั้นพวกเราก็ตัดสินใจแยกย้ายกันไปตามกลุ่ม ส่วนกลุ่มผมไปที่วัดเขาเต่า พอมาถึงตีนเขาก็ได้แวะท่านอาหารเที่ยง เป็นอาหารแนวจีน ประมานข้าวไก่อบบ้านเรา ราคา 4 ริงกิต พอทานอาหารเสร็จก็ได้ขึ้นไปยังวัดเขาเต่า ทางขึ้นเขาก็จะมีอาหารค้าขาย ของกินเสื้อผ้าของฝาก





           ขึ้นไปอีกนิดก็จะเจอบ่อที่ข้างในมีเต่าจำนวนมากสามารถให้อาหารเต่าได้ ราคา 2 ริงกิต (คนขายพูดไทยได้พวกเราถึงกับอึ้ง) พวกเราก็ได้หยุดให้อาหารเต่าและถ่ายถาพกัน จากนั้นก็ได้ขึ้นไปต่อไปอีกหน่อยจะเจอวัดเขาเต่ามีสถาปัตยกรรมแบบจีนมีความสวยงามเป็นอย่างมากและมีทิวทัศที่สามารถมองเห็นเมื่องปีนังได้








          เมื่อลงจากวัดเขาเต่ามาก็ได้ต่อรถมาลงที่ Komtar และแวะท่านอาหารที่ ปีนังฮอล มื้อนี้กลุ่มเราทาน แม็คโดแนลกัน ราคาประมาน 13 ริงกิต หลังจากทานเสร็จก็ได้แวะชมสินค้าภายในห้าง ประมาณ 1 ชม ก็ได้กลับไปยังโรงแรมและทำธุระส่วนตัวหลังจากนั้นพวกเราก็ได้มีการนัดกันไปเที่ยวสถานบัญเทิงของปีนัง ก็ได้นั่งสังสรรกันจนถึงประมาณ 5 ทุ่ม ก็ได้แวะหาอะไรท่านที่ร้านข้าวแกงร้านเดิมเมื่อวานนี้แล้วก็กลับมายังโรงแรมแล้วก็ได้ซ์้อเครื่องดื่มมาสังสรรกันต่อจนถึงเวลาประมาณ 3.30 ของวันที่ 16 ส.ค ผมก็ได้กลับมาพักผ่อนที่ห้อง ส่วนคนอื่นก็ต่อกันจนยันเช้า

       เช้าวันที่ 16 ส.ค ประมาน 9 โมงเช้าพวกเราก็ได้ลงมาทานอาหารเช้าเช่นเคยเมื่อทานอาหารเสร็จก็ได้ขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัวและเก้บกระเป๋า ลงมาเช็คเอ้าแล้วก็ไปที่ป้ายรถเมย์เพื่อนขึ้นรถเมย์ฟรีไปยังท่าเรือปีนัง จากนั้นพวกเราก็ได้ขึ้นเรือข้ามมายังอีกฝั่ง ที่นี้แปลกเก็บค่าโดยสารแต่ขาไปขากลับไม่เก็บตัง หลังจากลงมาที่สถานนีรถไฟบัสเตอร์เวลก็ได้เข้ามาเพื่อรอรถไฟ แต่ต้องราอีก 2 ชม พวกเราถึงได้หาอะไรทาน แถวๆนั้นก็ไปเจอร้านข้าวแกง เป็นอาหารมาเล เป็นบุฟเฟสามารถตักเองได้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในทริปนี้ก็ว่าได้กินด้วยเปล่าได้อารมณ์ไปอีกแบบ ราคาประมาณ 5 ริงกิต



    หลังจากที่รอรถไฟมาเป้นเวลาพอประมาณก็ได้ขึ้นรถไฟสักที แต่ต้องไปแวะด่านตรวจคนเข้าเมื่อง เช็คกระเป๋า พาสสปอร์ตตามปกติ หลังจกานั้นพนักงานบนรถไฟก็ได้มาเสนอเมนูอาหารชุดละ 160 บาทเมื่อทานเป็นมื้อเย็น นั่งรถต่อมาประมาณ 4 ชม ก็ถึงหาดใหญ่ผมไม่รอช้าจัดไก่ทอดหาดใหญ่ไปชุดนึงก็อิ่มพอสมควร นั่งรถต่อมา อีก6-7 ชม ก็ถึงสถานนีสุราษฎร์ธานี เวลาประมาณ เที่ยงคืน ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้านเป้นอันว่าจบทริป สุราษฎร์-ปีนังในครั้งนี้


     การไปทริปนี้ผมได้ประสบการณ์ดีๆในการใช้ภาษาถึงจะปิดๆถูกๆไปบ้างแต่ก็สามารถเข้าใจกัน เพิ่มความสนิทในกลุ่มทั้งเพื่อนและอาจารย์ ทั้งสนุกและเหนื่อยมีความสุขมากครั้งหน้าขอไปเครื่องนะครับเนี้ย ขอบคุณสำหรับทริปดีๆ เจอกันคราวหน้า สวัสดีครับ